หากพวกเจ้ามอบหมายตนต่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริงแล้ว แน่นอนพระองค์จะประทานริซกี (ปัจจัยยังชีพ) ให้พวกท่าน เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงประทานริซกีให้กับนก โดยที่มันบินออกไปในตอนเช้าในสภาพที่ท้องว่างและกลับมาในตอนเย็นในสภาพที่ท้องอิ่ม
“ผู้ที่ดูแลหญิงม่ายและคนขัดสน เสมือนกับผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์หรือเหมือนผู้ที่ยืนละหมาดในตอนกลางคืน และผู้ที่ถือศีลอดในตอนกลางวัน”
พวกเจ้าอย่าทำบ้านพวกเจ้าให้เป็นสุสาน และอย่าเอาสุสานของฉันเป็นเทศกาลชุมนุม และพวกเจ้าจงเศาะละวาต (ขอพรอันประเสริฐ) แก่ฉัน แท้จริง การเศาะละวาตของพวกเจ้าจะถึงไปยังฉัน ในทุกที่ที่พวกเจ้าอยู่
การละหมาดห้าเวลา และระหว่างวันศุกร์หนึ่งไปยังอีกวันศุกร์หนึ่ง และระหว่างเราะมะฎอนหนึ่งไปยังอีกเราะมะฎอนหนึ่ง จะลบล้างความผิดในช่วงระยะเวลาระหว่างนั้น หากว่าเขาออกห่างจากการทำบาปใหญ่
“ไม่ว่าจะมีสิ่งใดประสบกับมุสลิมจากความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด ความกังวล ความโศกเศร้า ภัยอันตราย และความทุกข์ยาก แม้กระทั่งหนามที่ตำเขา นอกจากอัลลอฮ์จะทรงลบล้างบาปของเขาด้วยเหตุผลนั้น”
“หากพวกเจ้ามอบหมายต่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริง แน่นอน พระองค์จะทรงประทานปัจจัยยังชีพให้พวกเจ้า เหมือนที่พระองค์ทรงประทานให้กับนก โดยที่มันบินออกไปในตอนเช้าในสภาพที่ท้องว่างและกลับมาในตอนเย็นในสภาพที่ท้องอิ่ม”
เมื่อบ่าวคนหนึ่งได้ทำบาปอย่างหนึ่ง แล้วเขากล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์โปรดอภัยโทษต่อความผิดของฉันด้วยเถิด
“ผู้ใดที่อยากให้ปัจจัยยังชีพของเขาเพิ่มพูนและอายุขัยของเขายืนยาว ดังนั้น เขาจงรักษาสายสัมพันธ์ทางเครือญาติไว้”
ผู้ใดที่กล่าว :"ซุบฮานัลลอฮิวะบิฮัมดิฮ์"(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์) ในหนึ่งวันจำนวนหนึ่งร้อยครั้ง ความผิดต่างๆ ของเขาจะถูกทำให้ร่วงหล่นลงไปแม้มันจะมากมายเช่นฟองน้ำในทะเลก็ตาม
ความว่า "ผู้ใดที่กล่าวว่า ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะห์ดะฮุ ลาชะรีกะละฮฺ, ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมด์, วะฮุวะ อะลา กุลลิชัยอิน กอดีร (ความว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ สำหรับพระองค์คืออำนาจการครอบครองและมวลการสรรเสริญ และพระองค์ทรงมีเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง) จำนวนสิบครั้ง
“ผู้ใดที่อ่านหนึ่งตัวอักษรจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ(อัลกุรอาน)เขาจะได้รับหนึ่งความดี และหนึ่งความดีนั้นจะเพิ่มทวีคูณเป็นสิบเท่า
ไม่มีบ่าวคนใดที่กล่าวคำปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุหัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺด้วยความเชื่อมั่นในใจของเขา เว้นแต่อัลลอฮฺจะทำให้เขาเป็นที่ต้องห้ามสำหรับนรก
แท้จริงสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าว คือการเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่นำสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์ และสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ก็คือการที่พระองค์ไม่ลงโทษผู้ที่ไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ด้วยสิ่งใดๆ
ผู้ใดเสียชีวิตโดยที่เขาไม่ได้ตั้งภาคีใดๆ ต่ออัลลอฮ์ เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน และผู้ใดเสียชีวิตโดยที่เขาได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ เขาจะได้เข้านรกอย่างแน่นอน
พวกเจ้าจงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ จงฟังและปฏิบัติตาม แม้ทาสจากชาวเอธิโอเปียเป็นผู้นำพวกเจ้าก็ตาม และหลังจากฉัน พวกเจ้าจะได้เห็นความขัดแย้งอย่างรุนแรง ดังนั้นพวกเจ้าจงปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของฉันและซุนนะฮ์ของบรรดาคอลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรม
“เมื่อมุอัซซิน (ผู้ประกาศเมื่อถึงเวลาละหมาด) กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร"(อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่) ดังนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าก็กล่าวตามว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร
“อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ฉันได้แบ่งการละหมาดระหว่างฉันและบ่าวของฉันออกเป็นสองส่วน และบ่าวของฉันจะได้รับตามที่เขาขอ
แท้จริงฉันไม่ต้องการขอคำสาบานจากพวกท่าน เพราะคิดไม่ดีต่อพวกท่านหรอก แต่มลาอิกะฮ์ญิบรออีลได้มาหาฉันและบอกฉันว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอวดพวกท่านต่อหน้าเหล่าบรรดามลาอิกะฮ์
“เงินทองที่ดีที่สุดที่คนๆ หนึ่งจะใช้จ่ายมัน คือ เงินทองที่เขาใช้จ่ายมันให้กับครอบครัวของเขา และเงินทองที่เขาจ่ายมันไปให้กับพาหนะของเขาในหนทางของอัลลอฮ์ และเงินทองที่เขาจ่ายมันแก่พวกพ้องของเขาเพื่ออัลลอฮ์”
“ผู้ใดอุปการะเลี้ยงดูเด็กผู้หญิง 2 คนจนกว่าพวกเขาทั้ง 2 ได้บรรลุนิติภาวะ เขาและฉันจะอยู่ในวันกิยามะฮ์” และท่านก็ประสานนิ้วเข้าด้วยกัน
พวกท่านจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์จนกว่าพวกท่านจะศรัทธา และพวกท่านยังไม่มีศรัทธา (ที่แท้จริง) จนกว่าพวกท่านจะรักใคร่ปรองดองกัน พวกท่านต้องการไหม ถ้าฉันจะชี้แนะพวกท่านถึงบางสิ่งเมื่อพวกท่านปฏิบัติมันแล้วจะทำให้พวกท่านเกิดความรักใคร่ต่อกัน?(นั่นคือ) พวกท่านจงเผยแผ่สลามให้แก่กันในหมู่พวกท่าน
งานใดที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด? ท่านตอบว่า “การละหมาดตามเวลาของมันที่กำหนดไว้” เขากล่าวว่า แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า: “จากนั้นคือการทำความดีต่อพ่อแม่” เขากล่าวว่า: แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า “การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์”
“เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี (สามครั้ง) และไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ไม่คิดขึ้นในใจเกี่ยวกับเรื่องลางร้าย แต่ว่าอัลลอฮ์ทรงทำให้มันหายไปด้วยกับการมอบหมาย”
ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ หากอัลลอฮ์ทรงประทานทางสว่างแก่คนใด เนื่องจากการเชิญชวนของเจ้า มันจะดีสำหรับเจ้ายิ่งกว่าการที่เจ้าได้ครอบครองอูฐสีแดง”
พวกเจ้าจงยำเกรงต่อพระเจ้าของพวกเจ้า จงละหมาดให้ครบห้าเวลา จงถือศิลอดในเดือนของพวกเจ้า (เดือนเราะมาฎอน) จงจ่ายซะกาตทรัพย์สินของพวกเจ้า และจงเชื่อฟังผู้นำของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์ของพระเจ้าของพวกเจ้า
“พวกเจ้าต้องการให้ฉันแนะนำให้พวกเจ้ารู้ถึงการกระทำที่สามารถลบล้างบาปและยกระดับสถานะของพวกเจ้าหรือไม่?
“เอาไหม? ฉันจะแจ้งแก่พวกท่านถึงอะมัล(การงาน)ที่ดีที่สุดของพวกท่าน เป็นอะมัล(การงาน)ที่บริสุทธิ์ที่สุด ณ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน เป็นอะมัลที่สูงส่งยิ่งสำหรับการยกระดับขั้นของพวกท่าน
ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศจริงๆ มีคนถามว่า ใครหรือ? โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า "สำหรับผู้ที่ทันได้อยู่กับพ่อแม่ของเขาไม่ว่าจะคนหนึ่งคนใดหรือทั้งสองก็ตามในยามที่ท่านทั้งสองได้แก่เฒ่า แต่สุดท้ายเขาจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์เลย
“ฉันได้พบกับอิบรอฮีมในคืนที่ฉันถูกพาตัวออกเดินทางในยามค่ำคืน และเขากล่าวว่า : โอ้ มุฮัมมัด โปรดกล่าวคำทักทายของฉันไปยังประชาชาติของท่านและบอกพวกเขาว่าสวรรค์นั้นมีดินดี น้ำใส
“หากท่านเป็นไปตามที่กล่าวมา ก็เหมือนกับท่านกำลังป้อนขี้เถ้าร้อนๆใส่ปากพวกเขา และจะยังคงมีการสนับสนุนจากอัลลอฮ์คอยช่วยท่านเหนือพวกเขาตราบใดที่ท่านยังคงดำเนินการเช่นนี้”
ไม่มีชนกลุ่มใดที่ลุกขึ้นมาจากการชุมนุมโดยที่พวกเขาไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮ์ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะลุกขึ้นเหมือนซากลา และมันจะเป็นความโศกเศร้าแก่พวกเขา
“โอ้มนุษยชาติ จงเผยแพร่สลาม จงให้อาหารแก่ผู้คน จงเชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ และจงละหมาดในยามค่ำคืนขณะที่ผู้คนกำลังนอนหลับ แล้วพวกท่านจะเข้าสวรรค์อย่างสันติ”
ผู้ที่อ่านอัลกุรอานได้อย่างคล่องแคล่วนั้นได้รับเกียรติให้มีตำแหน่งเทียบเท่ากับมลาอิกะห์ผู้นำวะฮีย์ให้กับบรรดาเราะซูล ผู้มีเกียรติ ณ เอกองค์อัลลอฮ์ผู้มีคุณธรรม ส่วนผู้ที่อ่านอัลกุรอานอย่างตะกุกตะกัก ติดขัด และยากลำบากนั้นจะได้รับผลบุญถึงสองเท่า
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวกับอบูบักร์และอุมัร ว่า : “สองคนนี้ เป็นหัวหน้าของผู้ใหญ่แห่งชาวสวรรค์ ตั้งแต่ยุคแรกและยุคหลัง ยกเว้นบรรดาศาสดาและบรรดาศาสนทูต”
โอ้ ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ ฉันไม่ทิ้งเลย แม้จะเป็นบาปเล็กหรือบาปใหญ่ นอกจากว่า ฉันจะทำมัน ท่านกล่าวว่า "เจ้าไม่ได้กล่าว คำปฏิญาณ "لا إله إلا الله محمد رسول الله " ดอกหรือ?
การงานมี 6 ประเภท และมนุษย์นั้นมี 4 ประเภท และ 2 สิ่งที่จำเป็น ผลการตอบแทนที่เท่ากับการกระทำ และ 1 ความดีเท่ากับ 10 เท่าของมัน และ 1 ความดีเท่ากับ 700 เท่าของมัน
แท้จริงส่วนหนึ่งของสัญญาณแห่งกาลอวสานนั้นคือ ความรู้จะถูกนำออกไป ความเขลาจะเพิ่มมากขึ้น การผิดประเวณีจะเพิ่มมากขึ้น การดื่มเหล้าจะเพิ่มมากขึ้น ผู้ชายจะลดน้อยลง และผู้หญิงจะเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งจะมีผู้พิทักษ์หนึ่งคนต่อผู้หญิงห้าสิบคน
จะมีการกล่าวแก่ผู้ที่อุทิศตนเพื่ออัลกุรอาน ว่า: จงอ่าน จงเลื่อนขึ้น และจงอ่านด้วยความใคร่ครวญอย่างที่เจ้าเคยอ่านในโลกนี้ เพราะแท้จริงสถานะของเจ้าขึ้นอยู่กับโองการสุดท้ายที่เจ้าอ่าน
ผู้ที่อ่านอัลกุรอานอย่างเปิดเผยก็เหมือนกับผู้ที่บริจาคอย่างเปิดเผยและผู้ที่อ่านอัลกุรอานอย่างลับ ๆ ก็เหมือนกับผู้ที่บริจาคทานอย่างลับ ๆ
พวกเขาจะรับฟังสิบโองการจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และจะยังไม่เลื่อนไปยังสิบโองการถัดไป จนกว่าพวกเขาจะเรียนรู้ ความรู้และการประยุกต์ใช้จากมัน
โอ้ อบุลมุนซิร ท่านรู้หรือไม่ว่าโองการใดในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ที่ท่านมีนั้นยิ่งใหญ่ที่สุด” ฉันกล่าวว่า: {اللهُ لا إِلَهَ إِلا هُوَ الْحَيُّ الْقَيُّومُ} [ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์ : 255] จากนั้น ท่านก็ตบที่หน้าอกของฉันและกล่าวว่า: "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ขอให้ความรู้เป็นที่พอใจสำหรับท่าน โอ้ อบุลมุนซิร
จงกล่าวว่า(لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ) "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์" และฉันจะเป็นพยานให้ท่านด้วยสิ่งนี้ในวันกิยามะฮ์
“เมื่อพวกเจ้าได้ยินผู้ที่ประกาศเรียกสู่การละหมาด ก็จงกล่าวตามอย่างที่เขากล่าว แล้วจงทำการเศาะละวาตต่อฉัน
นั่นคือชัยฏอนที่มีชื่อเรียกว่า คินซับ/คินซิบ หากท่านรู้สึกอย่างนั้น จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากมัน และถ่มน้ำลายไปทางซ้ายของเจ้า 3 ครั้ง
“เมื่อลูกหลานของอาดัมได้เสียชีวิต การงานของเขาจะถูกตัดขาดลงยกเว้นเพียงสามประการคือ การบริจาคทานที่ถาวร ความรู้ที่ยังประโยชน์ หรือบุตรที่ดีขอดุอาอ์ให้กับเขา”
ผู้ใดที่กล่าวว่า: “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์ วะฮ์ดะฮูลาชะรีกะละฮ์ ละฮุ้ลมุลกุ วะละฮุ้ลฮัมดุ วะฮุวะอะลากุ้ลลิชัยอินก่อดี้ร" ในวันหนึ่ง เป็นจำนวน 100 ครั้ง
ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยเข้าไปในที่ขับถ่าย แล้วฉันกับเด็กชายอีกคนหนึ่งที่มีอายุใกล้เคียงกับฉันจะนำภาชนะใส่น้ำและไม้เท้าเล็ก ๆ ไปให้ท่าน แล้วท่านก็ใช้น้ำชำระล้างสิ่งสกปรก
บางทีผู้ที่ผมสุดรุงรังและมักถูกผลักไปยังประตู หากเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ แน่นอนเขาจะได้รับการตอบรับจากพระองค์
แท้จริงอุปมาสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ส่งฉันมาด้วยกับสิ่งนั้น จากทางนำและความรู้ เปรียบเสมือนน้ำฝนที่ได้หลั่งลงมายังพื้นดิน
ในขณะที่ชายคนหนึ่งเดินอยู่บนถนน เเล้วเขาพบกิ่งหนามอยู่บนถนน เขาก็ได้เอามันออกไป อัลลอฮ์ทรงขอบคุณเเละทรงอภัยโทษแก่เขา
”จงอ่านอัลกุรอานเถิด เพราะแท้จริงมันจะมาเป็นผู้ช่วยขอความเมตตา (ชะฟาอฺ) ให้แก่ผู้เป็นสหายของมันในวันกิยามะฮฺ
ผู้ใดพบกับอัลลอฮ์โดยไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ ดังนั้นบาปใดๆ จะไม่ทำอันตรายแก่เขา และผู้ใดตายโดยมีภาคีใดๆ กับพระองค์ การกระทำความดีใดๆ จะไม่เกิดประโยชน์แก่เขา
“หากบ่าวมุสลิม -หรือผู้ศรัทธา- อาบน้ำละหมาดและล้างหน้าของเขา ความผิดบาปทุกอย่างที่เขามองด้วยตาของเขาจะหายไปจากหน้าของเขาพร้อมกับน้ำ - หรือ ด้วยน้ำหยดสุดท้าย-
“มิใช่อัลลอฮ์หรอกหรือ ที่ได้ทรงทำให้พวกเจ้าสามารถที่จะทำศอดาเกาะห์ได้? นั่นก็เพราะว่าในทุกๆการกล่าวว่า “ซุบฮานัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และการใช้กันให้ทำความดีคือการทำศอดะเกาะห์ และการห้ามปรามกันมิให้ทำความชั่ว คือการทำศอดะเกาะห์ และการมีเพศสัมพันธ์ของพวกท่าน(กับภรรยา) คือการทำศอดะเกาะห์”
ผู้ใดบรรเทาความทุกข์ร้อนประการหนึ่งของผู้ศรัทธาในโลกนี้ อัลลอฮ์จะทรงบรรเทาความทุกข์ร้อนประการหนึ่งจากความทุกข์ในวันกิยามะฮ์ให้แก่เขา
โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ เถิด เพราะแท้จริงฉัน กลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์วันละร้อยครั้ง
ไม่มีมุสลิมสองคนที่พบเจอกันแล้วจับมือสลามกัน เว้นแต่พวกเขาทั้งสองจะได้รับการอภัยโทษก่อนที่ทั้งสองจะแยกจากกัน
ขออัลลอฮ์ทรงให้ผู้ใดที่ได้ยินสิ่งใดจากเราและได้นำมันไปเผยแพร่ตามที่เขาได้ยินนั้น มีความรุ่งเรืองงดงาม เพราะบางทีผู้ที่ถ่ายทอดอาจเข้าใจได้ดียิ่งกว่าผู้ที่ได้ยินเอง
ฉันได้กล่าวว่า: “โอ้ ท่านรอซูลของอัลลอฮ์! ผู้ใดที่ฉันควรให้ความดีและปฏิบัติด้วยความกตัญญูมากที่สุด?” ท่านกล่าวว่า: “แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วต่อด้วยพ่อของเจ้า แล้วจึงลำดับต่อไปยังผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดตามลำดับ
หากมนุษย์รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของผลบุญที่ได้จากการเรียกร้องสู่อะซานและการยืนในแถวแรกของการละหมาด แม้พวกเขาจำเป็นต้องจับสลากเพื่อได้โอกาสนั้น พวกเขาก็ยินดีทำเช่นนั้น