ความประเสริฐต่าง ๆ

84รายการหะดีษ 11หมวดหมู่​ย่อย

รายการหะดีษ 84

แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม
หากพวกเจ้ามอบหมายตนต่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริงแล้ว แน่นอนพระองค์จะประทานริซกี (ปัจจัยยังชีพ) ให้พวกท่าน เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงประทานริซกีให้กับนก โดยที่มันบินออกไปในตอนเช้าในสภาพที่ท้องว่างและกลับมาในตอนเย็นในสภาพที่ท้องอิ่ม
ให้ลิ้นของท่านเปียกชื้นอยู่เสมอด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์
“ผู้ที่ดูแลหญิงม่ายและคนขัดสน เสมือนกับผู้ที่ต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ์หรือเหมือนผู้ที่ยืนละหมาดในตอนกลางคืน และผู้ที่ถือศีลอดในตอนกลางวัน”
พวกเจ้าอย่าทำบ้านพวกเจ้าให้เป็นสุสาน และอย่าเอาสุสานของฉันเป็นเทศกาลชุมนุม และพวกเจ้าจงเศาะละวาต (ขอพรอันประเสริฐ) แก่ฉัน แท้จริง การเศาะละวาตของพวกเจ้าจะถึงไปยังฉัน ในทุกที่ที่พวกเจ้าอยู่
การละหมาดห้าเวลา และระหว่างวันศุกร์หนึ่งไปยังอีกวันศุกร์หนึ่ง และระหว่างเราะมะฎอนหนึ่งไปยังอีกเราะมะฎอนหนึ่ง จะลบล้างความผิดในช่วงระยะเวลาระหว่างนั้น หากว่าเขาออกห่างจากการทำบาปใหญ่
“ไม่ว่าจะมีสิ่งใดประสบกับมุสลิมจากความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด ความกังวล ความโศกเศร้า ภัยอันตราย และความทุกข์ยาก แม้กระทั่งหนามที่ตำเขา นอกจากอัลลอฮ์จะทรงลบล้างบาปของเขาด้วยเหตุผลนั้น”
แท้จริงสิ่งที่อนุมัติ (หะลาล) นั้นชัดเจนและสิ่งที่ต้องห้าม
“หากพวกเจ้ามอบหมายต่ออัลลอฮ์อย่างแท้จริง แน่นอน พระองค์จะทรงประทานปัจจัยยังชีพให้พวกเจ้า เหมือนที่พระองค์ทรงประทานให้กับนก โดยที่มันบินออกไปในตอนเช้าในสภาพที่ท้องว่างและกลับมาในตอนเย็นในสภาพที่ท้องอิ่ม”
เมื่อบ่าวคนหนึ่งได้ทำบาปอย่างหนึ่ง แล้วเขากล่าวว่า โอ้อัลลอฮ์ ขอพระองค์โปรดอภัยโทษต่อความผิดของฉันด้วยเถิด
ทุก ๆ ความดีคือการเศาะดะเกาะฮ์ (การบริจาคทาน)
ผู้ที่ตัดสัมพันธ์กับเครือญาติเขาจะไม่ได้เข้าสวรรค์
“ผู้ใดที่อยากให้ปัจจัยยังชีพของเขาเพิ่มพูนและอายุขัยของเขายืนยาว ดังนั้น เขาจงรักษาสายสัมพันธ์ทางเครือญาติไว้”
การขอดุอาอ์คืออิบาดะฮ์
ไม่มีสิ่งใดที่มีเกียรติยิ่งสำหรับอัลลอฮ์มากกว่าการขอดุอาอ์
ผู้ใดที่กล่าว :"ซุบฮานัลลอฮิวะบิฮัมดิฮ์"(มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ และด้วยการสรรเสริญแด่พระองค์) ในหนึ่งวันจำนวนหนึ่งร้อยครั้ง ความผิดต่างๆ ของเขาจะถูกทำให้ร่วงหล่นลงไปแม้มันจะมากมายเช่นฟองน้ำในทะเลก็ตาม
ความว่า "ผู้ใดที่กล่าวว่า ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮฺ วะห์ดะฮุ ลาชะรีกะละฮฺ, ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมด์, วะฮุวะ อะลา กุลลิชัยอิน กอดีร (ความว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ สำหรับพระองค์คืออำนาจการครอบครองและมวลการสรรเสริญ และพระองค์ทรงมีเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง) จำนวนสิบครั้ง
ความว่า “บุคคลใดที่อัลลอฮฺทรงประสงค์ที่จะให้เกิดความดีแก่เขา อัลลอฮฺจะทรงให้เขาเข้าใจในศาสนา
“ผู้ใดที่อ่านหนึ่งตัวอักษรจากคัมภีร์ของอัลลอฮฺ(อัลกุรอาน)เขาจะได้รับหนึ่งความดี และหนึ่งความดีนั้นจะเพิ่มทวีคูณเป็นสิบเท่า
ไม่มีบ่าวคนใดที่กล่าวคำปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮฺ และมุหัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮฺด้วยความเชื่อมั่นในใจของเขา เว้นแต่อัลลอฮฺจะทำให้เขาเป็นที่ต้องห้ามสำหรับนรก
แท้จริงสิทธิที่อัลลอฮ์ต้องได้รับจากบ่าว คือการเคารพสักการะต่อพระองค์เพียงผู้เดียว และไม่นำสิ่งใดมาเป็นภาคีกับพระองค์ และสิทธิที่บ่าวจะได้รับจากอัลลอฮ์ก็คือการที่พระองค์ไม่ลงโทษผู้ที่ไม่ตั้งภาคีต่อพระองค์ด้วยสิ่งใดๆ
ผู้ใดเสียชีวิตโดยที่เขาไม่ได้ตั้งภาคีใดๆ ต่ออัลลอฮ์ เขาจะได้เข้าสวรรค์อย่างแน่นอน และผู้ใดเสียชีวิตโดยที่เขาได้ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ เขาจะได้เข้านรกอย่างแน่นอน
“แท้จริง อัลลอฮ์จะทรงเรียกชายคนหนึ่งจากประชาชาติของฉันออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายในวันกิยามะฮ์
พวกเจ้าจงยำเกรงต่ออัลลอฮ์ จงฟังและปฏิบัติตาม แม้ทาสจากชาวเอธิโอเปียเป็นผู้นำพวกเจ้าก็ตาม และหลังจากฉัน พวกเจ้าจะได้เห็นความขัดแย้งอย่างรุนแรง ดังนั้นพวกเจ้าจงปฏิบัติตามซุนนะฮ์ของฉันและซุนนะฮ์ของบรรดาคอลีฟะฮ์ผู้ทรงธรรม
“เมื่อมุอัซซิน (ผู้ประกาศเมื่อถึงเวลาละหมาด) กล่าวว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร"(อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่) ดังนั้นคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าก็กล่าวตามว่า "อัลลอฮุอักบัร อัลลอฮุอักบัร
“อัลลอฮ์ ตะอาลา ทรงตรัสว่า: ฉันได้แบ่งการละหมาดระหว่างฉันและบ่าวของฉันออกเป็นสองส่วน และบ่าวของฉันจะได้รับตามที่เขาขอ
แท้จริงฉันไม่ต้องการขอคำสาบานจากพวกท่าน เพราะคิดไม่ดีต่อพวกท่านหรอก แต่มลาอิกะฮ์ญิบรออีลได้มาหาฉันและบอกฉันว่า แท้จริงอัลลอฮ์ทรงอวดพวกท่านต่อหน้าเหล่าบรรดามลาอิกะฮ์
“เงินทองที่ดีที่สุดที่คนๆ หนึ่งจะใช้จ่ายมัน คือ เงินทองที่เขาใช้จ่ายมันให้กับครอบครัวของเขา และเงินทองที่เขาจ่ายมันไปให้กับพาหนะของเขาในหนทางของอัลลอฮ์ และเงินทองที่เขาจ่ายมันแก่พวกพ้องของเขาเพื่ออัลลอฮ์”
“ผู้ใดอุปการะเลี้ยงดูเด็กผู้หญิง 2 คนจนกว่าพวกเขาทั้ง 2 ได้บรรลุนิติภาวะ เขาและฉันจะอยู่ในวันกิยามะฮ์” และท่านก็ประสานนิ้วเข้าด้วยกัน
พวกท่านจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์จนกว่าพวกท่านจะศรัทธา และพวกท่านยังไม่มีศรัทธา (ที่แท้จริง) จนกว่าพวกท่านจะรักใคร่ปรองดองกัน พวกท่านต้องการไหม ถ้าฉันจะชี้แนะพวกท่านถึงบางสิ่งเมื่อพวกท่านปฏิบัติมันแล้วจะทำให้พวกท่านเกิดความรักใคร่ต่อกัน?(นั่นคือ) พวกท่านจงเผยแผ่สลามให้แก่กันในหมู่พวกท่าน
งานใดที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด? ท่านตอบว่า “การละหมาดตามเวลาของมันที่กำหนดไว้” เขากล่าวว่า แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า: “จากนั้นคือการทำความดีต่อพ่อแม่” เขากล่าวว่า: แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า “การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์”
“เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี (สามครั้ง) และไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ไม่คิดขึ้นในใจเกี่ยวกับเรื่องลางร้าย แต่ว่าอัลลอฮ์ทรงทำให้มันหายไปด้วยกับการมอบหมาย”
ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ หากอัลลอฮ์ทรงประทานทางสว่างแก่คนใด เนื่องจากการเชิญชวนของเจ้า มันจะดีสำหรับเจ้ายิ่งกว่าการที่เจ้าได้ครอบครองอูฐสีแดง”
พวกเจ้าจงยำเกรงต่อพระเจ้าของ​พวกเจ้า จงละหมาด​ให้ครบห้าเวลา จงถือศิลอดในเดือนของพวกเจ้า (เดือนเราะมาฎอน) จงจ่ายซะกาตทรัพย์สิน​ของ​พวกเจ้า และจงเชื่อฟัง​ผู้นำของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์​ของพระเจ้าของ​พวกเจ้า
“พวกเจ้าต้องการให้ฉันแนะนำให้พวกเจ้ารู้ถึงการกระทำที่สามารถลบล้างบาปและยกระดับสถานะของพวกเจ้าหรือไม่?
“เอาไหม? ฉันจะแจ้งแก่พวกท่านถึงอะมัล(การงาน)ที่ดีที่สุดของพวกท่าน เป็นอะมัล(การงาน)ที่บริสุทธิ์ที่สุด ณ พระผู้อภิบาลของพวกท่าน เป็นอะมัลที่สูงส่งยิ่งสำหรับการยกระดับขั้นของพวกท่าน
ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศ แล้วก็ช่างน่าอัปยศจริงๆ มีคนถามว่า ใครหรือ? โอ้ ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ท่านกล่าวว่า "สำหรับผู้ที่ทันได้อยู่กับพ่อแม่ของเขาไม่ว่าจะคนหนึ่งคนใดหรือทั้งสองก็ตามในยามที่ท่านทั้งสองได้แก่เฒ่า แต่สุดท้ายเขาจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์เลย
เหล่าอัลมุฟัรริดูนได้รุกหน้าไปแล้ว
“ฉันได้พบกับอิบรอฮีมในคืนที่ฉันถูกพาตัวออกเดินทางในยามค่ำคืน และเขากล่าวว่า : โอ้ มุฮัมมัด โปรดกล่าวคำทักทายของฉันไปยังประชาชาติของท่านและบอกพวกเขาว่าสวรรค์นั้นมีดินดี น้ำใส
“หากท่านเป็นไปตามที่กล่าวมา ก็เหมือนกับท่านกำลังป้อนขี้เถ้าร้อนๆใส่ปากพวกเขา และจะยังคงมีการสนับสนุนจากอัลลอฮ์คอยช่วยท่านเหนือพวกเขาตราบใดที่ท่านยังคงดำเนินการเช่นนี้”
ไม่มีชนกลุ่มใดที่ลุกขึ้นมาจากการชุมนุมโดยที่พวกเขาไม่ได้รำลึกถึงอัลลอฮ์ เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจะลุกขึ้นเหมือนซากลา และมันจะเป็นความโศกเศร้าแก่พวกเขา
ให้ลิ้นของท่านเปียกชุ่มด้วยการรำลึกถึงอัลลอฮ์
“โอ้มนุษยชาติ จงเผยแพร่สลาม จงให้อาหารแก่ผู้คน จงเชื่อมสัมพันธ์กับเครือญาติ และจงละหมาดในยามค่ำคืนขณะที่ผู้คนกำลังนอนหลับ แล้วพวกท่านจะเข้าสวรรค์อย่างสันติ”
ผู้ที่อ่านอัลกุรอานได้อย่างคล่องแคล่วนั้นได้รับเกียรติให้มีตำแหน่งเทียบเท่ากับมลาอิกะห์ผู้นำวะฮีย์ให้กับบรรดาเราะซูล ผู้มีเกียรติ ณ เอกองค์อัลลอฮ์ผู้มีคุณธรรม ส่วนผู้ที่อ่านอัลกุรอานอย่างตะกุกตะกัก ติดขัด และยากลำบากนั้นจะได้รับผลบุญถึงสองเท่า
ชายผู้เข้าร่วมในสงครามบะดัรและอัลฮุดัยบิยะฮ์ จะไม่เข้านรกอย่างแน่นอน”
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวกับอบูบักร์และอุมัร ว่า : “สองคนนี้ เป็นหัวหน้าของผู้ใหญ่แห่งชาวสวรรค์ ตั้งแต่ยุคแรกและยุคหลัง ยกเว้นบรรดาศาสดาและบรรดาศาสนทูต”
โอ้ ท่านเราะซูลลุลลอฮ์ ฉันไม่ทิ้งเลย แม้จะเป็นบาปเล็กหรือบาปใหญ่ นอกจากว่า ฉันจะทำมัน ท่านกล่าวว่า "เจ้าไม่ได้กล่าว คำปฏิญาณ "لا إله إلا الله محمد رسول الله " ดอกหรือ?
การงานมี 6 ประเภท และมนุษย์นั้นมี 4 ประเภท และ 2 สิ่งที่จำเป็น ผลการตอบแทนที่เท่ากับการกระทำ และ 1 ความดีเท่ากับ 10 เท่าของมัน และ 1 ความดีเท่ากับ 700 เท่าของมัน
แท้จริงส่วนหนึ่งของสัญญาณแห่งกาลอวสานนั้นคือ ความรู้จะถูกนำออกไป ความเขลาจะเพิ่มมากขึ้น การผิดประเวณีจะเพิ่มมากขึ้น การดื่มเหล้าจะเพิ่มมากขึ้น ผู้ชายจะลดน้อยลง และผู้หญิงจะเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งจะมีผู้พิทักษ์หนึ่งคนต่อผู้หญิงห้าสิบคน
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวถึงบางสิ่ง และกล่าวว่า: "นั่นคือเวลาที่ความรู้จะหายไป
อย่าแสวงหาความรู้เพื่อโอ้อวดต่อหน้าบรรดาผู้รู้ หรือโต้เถียงกับคนโง่เขลา
อัลลอฮ์ได้เปรียบเทียบเส้นทางของพระองค์ที่เที่ยงตรง
มีคนใดในหมู่พวกท่านต้องการอูฐตัวเมียตั้งท้องตัวใหญ่อ้วนสามตัวเมื่อเขากลับไปหาครอบครัวของเขาบ้าง
จะมีการกล่าวแก่ผู้ที่อุทิศตนเพื่ออัลกุรอาน ว่า: จงอ่าน จงเลื่อนขึ้น และจงอ่านด้วยความใคร่ครวญอย่างที่เจ้าเคยอ่านในโลกนี้ เพราะแท้จริงสถานะของเจ้าขึ้นอยู่กับโองการสุดท้ายที่เจ้าอ่าน
ผู้ที่อ่านอัลกุรอานอย่างเปิดเผยก็เหมือนกับผู้ที่บริจาคอย่างเปิดเผยและผู้ที่อ่านอัลกุรอานอย่างลับ ๆ ก็เหมือนกับผู้ที่บริจาคทานอย่างลับ ๆ
พวกเขาจะรับฟังสิบโองการจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม และจะยังไม่เลื่อนไปยังสิบโองการถัดไป จนกว่าพวกเขาจะเรียนรู้ ความรู้และการประยุกต์ใช้จากมัน
โอ้ อบุลมุนซิร ท่านรู้หรือไม่ว่าโองการใดในคัมภีร์ของอัลลอฮ์ที่ท่านมีนั้นยิ่งใหญ่ที่สุด” ฉันกล่าวว่า: {اللهُ لا إِلَهَ إِلا هُوَ الْحَيُّ الْقَيُّومُ} [ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์ : 255] จากนั้น ท่านก็ตบที่หน้าอกของฉันและกล่าวว่า: "ขอสาบานต่ออัลลอฮ์ ขอให้ความรู้เป็นที่พอใจสำหรับท่าน โอ้ อบุลมุนซิร
จงกล่าวว่า(لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ) "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์" และฉันจะเป็นพยานให้ท่านด้วยสิ่งนี้ในวันกิยามะฮ์
“เมื่อพวกเจ้าได้ยินผู้ที่ประกาศเรียกสู่การละหมาด ก็จงกล่าวตามอย่างที่เขากล่าว แล้วจงทำการเศาะละวาตต่อฉัน
นั่นคือชัยฏอนที่มีชื่อเรียกว่า คินซับ/คินซิบ หากท่านรู้สึกอย่างนั้น จงขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮ์ให้พ้นจากมัน และถ่มน้ำลายไปทางซ้ายของเจ้า 3 ครั้ง
แท้จริงอัลลอฮ์ไม่ทรงรับการงานใดๆ เว้นแต่ต้องบริสุทธิ์ใจต่อพระองค์ และและมุ่งหวังผลบุญจากพระองค์
“เมื่อลูกหลานของอาดัมได้เสียชีวิต การงานของเขาจะถูกตัดขาดลงยกเว้นเพียงสามประการคือ การบริจาคทานที่ถาวร ความรู้ที่ยังประโยชน์ หรือบุตรที่ดีขอดุอาอ์ให้กับเขา”
ผู้ใดที่กล่าวว่า: “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์ วะฮ์ดะฮูลาชะรีกะละฮ์ ละฮุ้ลมุลกุ วะละฮุ้ลฮัมดุ วะฮุวะอะลากุ้ลลิชัยอินก่อดี้ร" ในวันหนึ่ง เป็นจำนวน 100 ครั้ง
การเป็นยามหนึ่งวันในหนทางแห่งอัลลอฮ์นั้นดีกว่าโลกนี้และสิ่งที่อยู่ในนั้น
ท่านรอซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เคยเข้าไปในที่ขับถ่าย แล้วฉันกับเด็กชายอีกคนหนึ่งที่มีอายุใกล้เคียงกับฉันจะนำภาชนะใส่น้ำและไม้เท้าเล็ก ๆ ไปให้ท่าน แล้วท่านก็ใช้น้ำชำระล้างสิ่งสกปรก
แท้จริงอัลลอฮ์ทรงกำหนดให้แม่คนนี้ได้เข้าสวนสวรรค์ หรือพระองค์จะทรงปลดปล่อยเธอจากไฟนรกอย่างแน่นอน
“ดุอาอ์ที่มุสลิมขอให้แก่พี่น้องมุสลิมของเขาลับหลังนั้นจะถูกตอบรับ
บางทีผู้ที่ผมสุดรุงรังและมักถูกผลักไปยังประตู หากเขาสาบานต่ออัลลอฮ์ แน่นอนเขาจะได้รับการตอบรับจากพระองค์
แท้จริงอุปมาสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ส่งฉันมาด้วยกับสิ่งนั้น จากทางนำและความรู้ เปรียบเสมือนน้ำฝนที่ได้หลั่งลงมายังพื้นดิน
ความประเสริฐของผู้มีความรู้เหนือคนทำอิบาดะฮ์นั้น เปรียบเสมือนความประเสริฐของฉันเหนือพวกท่าน
ในขณะที่ชายคนหนึ่งเดินอยู่บนถนน เเล้วเขาพบกิ่งหนามอยู่บนถนน เขาก็ได้เอามันออกไป อัลลอฮ์ทรงขอบคุณเเละทรงอภัยโทษแก่เขา
”จงอ่านอัลกุรอานเถิด เพราะแท้จริงมันจะมาเป็นผู้ช่วยขอความเมตตา (ชะฟาอฺ) ให้แก่ผู้เป็นสหายของมันในวันกิยามะฮฺ
ผู้ใดพบกับอัลลอฮ์โดยไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ ดังนั้นบาปใดๆ จะไม่ทำอันตรายแก่เขา และผู้ใดตายโดยมีภาคีใดๆ กับพระองค์ การกระทำความดีใดๆ จะไม่เกิดประโยชน์แก่เขา
แท้จริงอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกียรติ ผู้ทรงยิ่งใหญ่ พระองค์ไม่ทรงหลับ และไม่สมควรแก่พระองค์ที่จะทรงหลับ
“แท้จริงผู้ที่มีความยำเกรงต่ออัลลอฮ์มากที่สุด และรู้จักอัลลอฮ์มากที่สุดในหมู่พวกท่าน คือฉันเอง”
“หากบ่าวมุสลิม -หรือผู้ศรัทธา- อาบน้ำละหมาดและล้างหน้าของเขา ความผิดบาปทุกอย่างที่เขามองด้วยตาของเขาจะหายไปจากหน้าของเขาพร้อมกับน้ำ - หรือ ด้วยน้ำหยดสุดท้าย-
“มิใช่อัลลอฮ์หรอกหรือ ที่ได้ทรงทำให้พวกเจ้าสามารถที่จะทำศอดาเกาะห์ได้? นั่นก็เพราะว่าในทุกๆการกล่าวว่า “ซุบฮานัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลลอฮุอักบัร” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และทุกๆการกล่าวว่า “ลาอิลาฮะอิ้ลลัลลอฮ์” คือการทำศอดะเกาะห์ และการใช้กันให้ทำความดีคือการทำศอดะเกาะห์ และการห้ามปรามกันมิให้ทำความชั่ว คือการทำศอดะเกาะห์ และการมีเพศสัมพันธ์ของพวกท่าน(กับภรรยา) คือการทำศอดะเกาะห์”
ผู้ใดบรรเทาความทุกข์ร้อนประการหนึ่งของผู้ศรัทธาในโลกนี้ อัลลอฮ์จะทรงบรรเทาความทุกข์ร้อนประการหนึ่งจากความทุกข์ในวันกิยามะฮ์ให้แก่เขา
โอ้มนุษย์ทั้งหลาย จงกลับเนื้อกลับตัว (เตาบะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ เถิด เพราะแท้จริงฉัน กลับเนื้อกลับตัวต่อพระองค์วันละร้อยครั้ง
การอิบาดะฮ์ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เปรียบเสมือนการอพยพมายังฉัน
ไม่มีมุสลิมสองคนที่พบเจอกันแล้วจับมือสลามกัน เว้นแต่พวกเขาทั้งสองจะได้รับการอภัยโทษก่อนที่ทั้งสองจะแยกจากกัน
ขออัลลอฮ์ทรงให้ผู้ใดที่ได้ยินสิ่งใดจากเราและได้นำมันไปเผยแพร่ตามที่เขาได้ยินนั้น มีความรุ่งเรืองงดงาม เพราะบางทีผู้ที่ถ่ายทอดอาจเข้าใจได้ดียิ่งกว่าผู้ที่ได้ยินเอง
ฉันได้กล่าวว่า: “โอ้ ท่านรอซูลของอัลลอฮ์! ผู้ใดที่ฉันควรให้ความดีและปฏิบัติด้วยความกตัญญูมากที่สุด?” ท่านกล่าวว่า: “แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วต่อด้วยพ่อของเจ้า แล้วจึงลำดับต่อไปยังผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดตามลำดับ
หากมนุษย์รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของผลบุญที่ได้จากการเรียกร้องสู่อะซานและการยืนในแถวแรกของการละหมาด แม้พวกเขาจำเป็นต้องจับสลากเพื่อได้โอกาสนั้น พวกเขาก็ยินดีทำเช่นนั้น