รายการหะดีษ 80

1. “แท้จริงแล้วอัลลอฮ์ทรงห้ามไม่ให้พวกเจ้าทำการสาบานต่อบรรพบุรุษของพวกเจ้า
2. “สิ่งแรกที่จะถูกตัดสินในหมู่ผู้คนในวันกิยามะฮ์คือเรื่องที่เกี่ยวกับการนองเลือด”
3. แท้จริง ทั้งสองคนที่อยู่ในหลุมสองหลุมนี้กำลังถูกทรมาน และทั้งสองคนไม่ได้ถูกทรมานเพราะสิ่งใหญ่โตอะไร" หนึ่งในสองคนนี้มักจะไม่ระวังตัวเองจากการปัสสาวะ ส่วนอีกคนมักเดินใส่ร้ายผู้อื่น - 4 ملاحظة
4. “เมื่อพวกเจ้าได้ยินเสียงประกาศ(เรียกสู่การละหมาด) ก็จงกล่าวตามที่ผู้ประกาศได้กล่าวไว้”
5. ปล่อยมันไว้(ไม่ต้องถอด) เพราะฉันได้ใส่มันทั้งสองในสภาพที่ทั้งสองนั้นสะอาด
6. นั่นเป็นเลือดอิสติฮาเฎาะฮ์เหมือนเหงื่อ แต่จงหยุดละหมาดตามจำนวนวันที่คุณมีประจำเดือน จากนั้นจงอาบน้ำและทำการละหมาด”
7. “เมื่อคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าอาบน้ำละหมาด ก็จงให้เขาสูดน้ำเข้าจมูกแล้วสั่งออกมา และผู้ใดทำความสะอาดด้วยหิน ก็ให้เขาใช้หินเป็นจำนวนคี่
8. “หากคน ๆ หนึ่งต้องการเข้าบ้านของเขา แล้วได้กล่าวพระนามของอัลลอฮ์ขณะที่เขาจะเข้าไปและกล่าวเมื่อต้องการจะกินอาหาร ชัยฏอนจะกล่าวว่า “ไม่มีที่นอนและไม่มีอาหารค่ำสำหรับพวกเจ้าแล้ว - 2 ملاحظة
9. “แท้จริง โลกนี้ช่างหอมหวานและเขียวขจี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งพวกเจ้าให้เป็นคอลีฟะฮ์เพื่อจัดการสิ่งที่อยู่ในนั้น แล้วพระองค์จะทรงดูว่าพวกเจ้ากระทำเช่นไร ดังนั้น จงระวังโลกนี้และระวังผู้หญิง - 2 ملاحظة
10. ฉันได้จำมาจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เกี่ยวกับสิบร็อกอะฮ์
11. “คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้าไม่เกรงกลัว หรือ:ไม่มีใครในหมู่พวกเจ้ากลัวหรือ? เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นก่อนอิหม่าม อัลลอฮ์จะทรงทำให้หัวของเขาเป็นหัวลา หรือให้รูปร่างของเขาเป็นรูปร่างของลา”
12. ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สอนฉันเกี่ยวกับการตะชะฮ์ฮุด ในขณะที่มือทั้งสองของฉันอยู่ในมือทั้งสองของท่าน เหมือนดังท่านได้สอนซูเราะฮ์อัลกุรอาน
13. اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنْ عَذَابِ القَبْرِ، وَمِنْ عَذَابِ النَّارِ، وَمِنْ فِتْنَةِ المَحْيَا وَالمَمَاتِ، وَمِنْ فِتْنَةِ المَسِيحِ الدَّجَّالِ - 2 ملاحظة
14. ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เมื่อท่านจะเข้าห้องน้ำ ท่านจะกล่าวว่า:"«اللَّهُمَّ إِنِّي أَعُوذُ بِكَ مِنَ الخُبُثِ وَالخَبَائِثِ».(โอ้ อัลลอฮ์ แท้จริงฉันขอการปกป้องต่อพระองค์จากความชั่วร้ายของชัยฏอนเพศชายและเพศหญิง)
15. “แท้จริงจะมีคนเห็นแก่ตัว(ผู้ปกครอง) และสิ่งต่างๆ ที่พวกเจ้ารับไม่ได้” พวกเขาถามว่า “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แล้วท่านจะใช้ให้พวกเราทำอย่างไร?” ท่านตอบว่า “ทำหน้าที่ที่วาญิบเหนือพวกเจ้า และขอต่ออัลลอฮ์ทรงประทานสิ่งที่เป็นสิทธิของพวกเจ้า
16. เมื่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยอิวะสัลลัม จะอาบน้ำจากการมีญะนาบะฮ์ ท่านจะเริ่มด้วยการล้างมือทั้งสอง แล้วท่านจะทำการอาบน้ำละหมาด จากนั้นท่านก็จะอาบน้ำ
17. “อุปมาผู้ที่อยู่ในขอบเขตของอัลลอฮ์กับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในนั้น ก็เปรียบเสมือนกลุ่มชนที่จับสลากบนเรือ แล้วบางคนจับสลากได้อยู่ชั้นบนและบางคนก็จับสลากได้อยู่ชั้นล่าง - 8 ملاحظة
18. ฉันเป็นชายที่มักจะมีน้ำมะซีย์ออกบ่อย และฉันรู้สึกละอายที่จะถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม เพราะรักษาเกียรติของลูกสาวของท่าน ดังนั้นฉันจึงใช้ให้อัลมิกด๊าด บิน อัลอัสวัด ถามท่าน และท่านก็กล่าวว่า: "ให้เขาล้างอวัยวะเพศของเขาจากนั้นให้ทำการอาบน้ำละหมาด
19. พวกท่านจงอย่ากล่าวคำว่า: “มาชาอัลลอฮ์ วะชาอะ ฟุลาน” (เป็นความประสงค์ของอัลลอฮ์และความประสงค์ของคนนั้น) แต่จงกล่าวว่า “มาชาอัลลอฮ์ ษุมมะ มาชาอะ ฟุลาน” (มันเป็นความประสงค์ของอัลลอฮ์จากนั้นเป็นความประสงค์ของคนนั้น)
20. พวกท่านจะไม่ได้เข้าสวนสวรรค์จนกว่าพวกท่านจะศรัทธา และพวกท่านยังไม่มีศรัทธา (ที่แท้จริง) จนกว่าพวกท่านจะรักใคร่ปรองดองกัน พวกท่านต้องการไหม ถ้าฉันจะชี้แนะพวกท่านถึงบางสิ่งเมื่อพวกท่านปฏิบัติมันแล้วจะทำให้พวกท่านเกิดความรักใคร่ต่อกัน?(นั่นคือ) พวกท่านจงเผยแผ่สลามให้แก่กันในหมู่พวกท่าน - 2 ملاحظة
21. งานใดที่อัลลอฮ์รักมากที่สุด? ท่านตอบว่า “การละหมาดตามเวลาของมันที่กำหนดไว้” เขากล่าวว่า แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า: “จากนั้นคือการทำความดีต่อพ่อแม่” เขากล่าวว่า: แล้วอะไรอีก? ท่านตอบว่า “การญิฮาดในหนทางของอัลลอฮ์” - 2 ملاحظة
22. มีชายคนหนึ่งร่วมรับประทานอาหารกับท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ด้วยมือซ้าย ดังนั้นท่านจึงกล่าวว่า "จงกินด้วยมือขวาของท่าน" เขากล่าวว่า "ฉันทำไม่ได้" ท่านกล่าวว่า "ท่านทำไม่ได้อย่างนั้นหรือ
23. “ผู้ใดเชิญชวนไปสู่ทางนำ เขาจะได้รับผลบุญเท่ากับผลบุญของผู้ที่กระทำตามเขา โดยที่ผลบุญของพวกเขานั้นจะไม่ลดน้อยลงแต่ประการใด
24. “เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี เรื่องลางร้ายเป็นการตั้งภาคี (สามครั้ง) และไม่มีใครในหมู่พวกเราที่ไม่คิดขึ้นในใจเกี่ยวกับเรื่องลางร้าย แต่ว่าอัลลอฮ์ทรงทำให้มันหายไปด้วยกับการมอบหมาย”
25. แล้วเรากล่าวว่า ท่านเป็นเจ้านายของเรา ท่านเราะซูลกล่าวสวนกลับว่า "เจ้านายที่แท้จริงคืออัลลอฮ์" เราเลยกล่าวว่า ท่านเป็นผู้ประเสริฐและยิ่งใหญ่ที่สุดในหมู่พวกเรา ท่านจึงกล่าวว่า "พวกเจ้าจงกล่าวคำพูดของพวกเจ้าหรือส่วนหนึ่งของมันตามปกติ และอย่าได้ให้ชัยฏอนชักจูงพวกเจ้า
26. โอ้มนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าจงระวังการเลยเถิดในศาสนา เพราะแท้จริงกลุ่มชนก่อนหน้าพวกเจ้าได้พินาศก็เพราะการเลยเถิดในศาสนา
27. โอ้ลุงของฉัน จงกล่าว ลาอิลาฮะ อิลลัลลอฮ์ (ไม่มีพระเจ้าที่แท้จริงที่ควรเคารพภักดี นอกจากอัลลอฮ์) ซึ่งเป็นคำที่ฉันจะใช้พิพาทให้แก่ท่านต่อหน้าอัลลอฮ์
28. ไม่มีการแพร่เชื้อโรค (หรือไม่ต้องกลัวการติดเชื้อ) ไม่มีความเชื่อในลางร้าย และฉันชอบ อัลฟะล์" พวกเขาถามว่า แล้ว อัลฟะล์ คืออะไร? ท่านตอบว่า: "คำพูดที่ดี
29. จากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ท่านได้กล่าวเกี่ยวกับชาวอันศอร ว่า "ไม่มีผู้ใดรักพวกเขา นอกจากผู้ศรัทธา และไม่มีผู้ใดเกลียดชังพวกเขา นอกจากผู้กลับกลอก (มุนาฟิก) ผู้ใดรักพวกเขา อัลลอฮ์ก็จะรักเขา และผู้ใดเกลียดชังพวกเขา อัลลอฮ์ก็จะเกลียดชังเขา
30. แล้วอาบน้ำละหมาดตามวิธีของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ให้พวกเขาดู
31. จริงๆ แล้วที่เจ้าต้องทำคือเพียงแค่ใช้มือทั้งสองข้างของเจ้าแบบนี้" จากนั้นท่านก็ใช้มือทั้งสองของท่านตีพื้นดินหนึ่งครั้ง แล้วท่านก็เช็ดมือซ้ายบนมือขวา โดยเช็ดหลังมือและใบหน้าของท่าน
32. ฉันได้อาบน้ำร่วมกับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม จากภาชนะเดียวกันขณะที่เราทั้งสองอยู่ในสภาพที่มีหะดัษใหญ่ (ญะนาบะฮ์) และท่านได้ใช้ให้ฉันคลุมร่างกาย แล้วท่านก็สัมผัสเล่นกับฉันขณะที่ฉันมีประจำเดือน
33. ฉันได้ให้สัตยาบัน​แก่ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ในการยึดมั่นคำกล่าวชะฮาดะ​ฮ​์ (คำปฏิญาณตน)​ ว่าไม่มีพระเจ้า​อื่น​ใด​ที่​ควร​ได้รับ​การ​เคา​ร​พอ​ิ​บา​ดะ​ฮ​์​ นอกจาก​อัลลอฮ์เพียง​พระองค์​เดียว​ และมุฮ​ั​มมัดเป็นศาสนทูต​ของพระองค์​ การดำรงไว้ซึ่งการละหมาด การจ่ายซะ​กาต​ การเชื่องฟังและการน้อมรับ และการให้คำตักเตือน​แก่มุสลิมทุกคน
34. พวกเจ้าจงยำเกรงต่อพระเจ้าของ​พวกเจ้า จงละหมาด​ให้ครบห้าเวลา จงถือศิลอดในเดือนของพวกเจ้า (เดือนเราะมาฎอน) จงจ่ายซะกาตทรัพย์สิน​ของ​พวกเจ้า และจงเชื่อฟัง​ผู้นำของพวกเจ้า แล้วพวกเจ้าจะได้เข้าสวรรค์​ของพระเจ้าของ​พวกเจ้า
35. ช่วยแนะนำการงาน​แก่ฉันหน่อย หากฉันกระทำมันแล้ว ฉันจะได้เข้าสวรรค์​ ท่านนบีก็กล่าวว่า "เจ้า​เคารพภักดี​ต่ออัลลอฮ์​โดยไม่ตั้งภาคีใดๆ กับพระองค์​ เจ้าดำรงการ​ละหมาด​ที่เป็นภาคบังคับ​ เจ้าจ่ายซะกาตที่เป็นภาคบังคับ​ และเจ้าถือศีลอดเดือนเราะมาฎอน - 2 ملاحظة
36. ประชาชาติของฉันทุกคนจะถูกให้อภัย เว้นแต่ผู้ที่กระทำบาปอย่างเปิดเผย - 2 ملاحظة
37. แล้วเราจะให้สัตยาบันต่อท่านในเรื่องอะไรอีก? ท่านตอบว่า: "ให้สัตยาบันในเรื่องการเคารพภักดีต่ออัลลอฮ์ และไม่ตั้งสิ่งใดเป็นภาคีกับพระองค์ การละหมาดห้าเวลา การเชื่อฟัง -ท่านได้กล่าวคำหนึ่งด้วยเสียงเบา- และการไม่ขอสิ่งใดจากผู้ใดเลย
38. ฉันได้ถูกใช้ให้ทำการต่อสู้กับผู้คน จนกระทั่งพวกเขาจะกล่าวคำปฏิญาณตนว่า ไม่มีพระเจ้า​อื่น​ใด​ที่​ควร​ได้รับ​การ​เคา​ร​พอ​ิ​บา​ดะ​ฮ​์​ นอกจาก​อัลลอฮ์เพียง​พระองค์​เดียว​ และมุฮ​ั​มมัดเป็นศาสนทูต​ของพระองค์ ดำรงไว้ซึ่งการละหมาด และจ่ายซะ​กาต
39. ผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะควรให้สลามแก่ผู้ที่เดินเท้า ผู้ที่เดินเท้าควรให้สลามแก่ผู้ที่นั่ง และกลุ่มคนที่น้อยกว่าควรให้สลามแก่กลุ่มคนที่มากกว่า
40. การละหมาดของชายคนหนึ่งที่เป็นญะมาอะฮ์ ผลบุญจะทวีคูณกว่าการละหมาดของเขาที่ตลาดและบ้านของเขาถึงยี่สิบกว่าเท่า
41. ในวันกิยามะฮ์สองเท้าของบ่าวแต่ละคนจะไม่เคลื่อนจนกว่าเขาจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับอายุของเขาว่าเขาใช้หมดไปในทางใด ความรู้ของเขาว่าเขานำมันไปปฏิบัติอย่างไร ทรัพย์สินของเขาว่าเขาได้มาอย่างไรและใช้จ่ายไปในทางใด และร่างกายของเขาว่าเขาใช้งานไปอย่างไร
42. พวกเจ้าไม่เห็นหรอกหรือว่า หากมีลำธารไหลผ่านหน้าบ้านของพวกเจ้าคนหนึ่ง โดยที่เขาอาบน้ำชำระร่างกายในลำธารนั้นห้าครั้งต่อวัน เจ้าจะคิดอย่างไร จะมีสิ่งสกปรกติดอยู่อีกไหม? - 2 ملاحظة
43. เปรียบเทียบบรรดาผู้ศรัทธาในด้านความรัก ความเอ็นดูเมตตา และการให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลของพวกเขาที่มีต่อกันนั้น เปรียบเสมือนกับเรือนร่างเดียวกัน เมื่ออวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งเจ็บปวด จะส่งผลให้อวัยวะทั่วร่างกายต้องอดหลับอดนอนและเจ็บป่วยตามไปด้วย - 8 ملاحظة
44. พวกเจ้าจงใช้บรรดาลูกๆ ของพวกเจ้าให้ละหมาด เมื่อพวกเขามีอายุเจ็ดขวบ และพวกเจ้าจงตีพวกเขาหากพวกเขาไม่ละหมาด เมื่อพวกเขามีอายุสิบขวบและจงแยกห้องนอนระหว่างพวกเขา - 2 ملاحظة
45. ไม่มีสิ่งใดที่จะหนักบนตาชั่งของผู้ศรัทธาในวันกิยามะฮ์ยิ่งไปกว่าการมีมารยาทที่ดี และแท้จริงอัลลอฮ์ทรงโกธรกริ้วอุปนิสัยที่ไม่ดี เลวทราม - 2 ملاحظة
46. แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ออกมายังพวกเรา แล้วพวกเราก็กล่าวว่า โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ แท้จริงพวกเรารู้แล้วว่าวิธีการให้สลามแก่ท่านเป็นอย่างไร แต่พวกเรา(ไม่รู้ว่าวิธี)จะเศาะละวาตแก่ท่านอย่างไร? - 2 ملاحظة
47. การละหมาดนั้นใช้ไม่ได้สำหรับผู้ที่ไม่อ่านอัลฟาติหะฮ์ - 6 ملاحظة
48. ผู้ศรัทธาที่เข้มแข็งย่อมดีและเป็นที่รัก ณ อัลลอฮ์มากกว่าผู้ศรัทธาที่อ่อนแอ ซึ่งทั้งหมดนั้นก็มีความดีงามอยู่
49. ดุอาอ์ที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ขอมากที่สุด คือ "โอ้พระผู้อภิบาลของเรา ได้โปรดประทานให้แก่พวกเราซึ่งสิ่งดีงามในโลกนี้ และสิ่งดีงามในโลกหน้า และโปรดคุ้มครองพวกเราให้พ้นจากการลงโทษแห่งไฟนรกด้วยเถิด
50. สำนวนการขออภัยโทษที่ประเสริฐที่สุด - 4 ملاحظة
51. พวกเจ้าพึงระวังการอธรรม เพราะการอธรรมนั้นเป็นความมืดมนในวันกิยามะฮ์ และพวกเจ้าพึงระวังความโลภ เพราะความโลภได้ทำให้ชนรุ่นก่อนหน้าพวกเจ้าประสบความวิบัติมาแล้ว - 2 ملاحظة
52. มีชายผู้หนึ่งได้ถามท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ว่า : (คุณสมบัติ)ใดในอิสลามที่ดีที่สุด? ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ตอบว่า : "การที่เจ้าให้อาหารแก่ผู้อื่นและให้สลามแก่ผู้ที่เจ้ารู้จักและผู้ที่เจ้าไม่รู้จัก
53. พวกเจ้าทั้งหลายมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ และเขาจะถูกสอบสวนเกี่ยวกับการปฎิบัติหน้าที่ของเขา
54. นบีพูดต่อว่าขอสาบานต่ออัลลอฮ์ผู้ที่ชีวิตฉันอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ แน่นอนพวกเจ้า กำลังจะเลียนแบบกลุ่มชนก่อนหน้าพวกเจ้า
55. มีชายคนหนึ่งได้มาหาท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม เขาได้พูดคุยกับท่านนบีในบางเรื่อง แล้วพูดว่า มันเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์และเป็นสิ่งที่ท่านประสงค์ ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็เลยถามว่า "เจ้าจะให้ฉันเป็นภาคีกับอัลลอฮ์กระนั้นหรือ?" เจ้าจงพูดว่า มันเป็นสิ่งที่อัลลอฮ์ทรงประสงค์เพียงพระองค์เดียว
56. “โอ้ อาอิชะฮ์ กลุ่มคนที่จะได้รับโทษอย่างสาหัสที่สุด ณ อัลลอฮ์ในวันฟื้นคืนชีพคือกลุ่มคนที่ประดิษฐ์สิ่งหนึ่งที่คล้ายกับสิ่งที่อัลออฮ์ทรงสร้าง
57. {قُلْ هُوَ اللهُ أَحَدٌ} และอีกสองซูเราะฮ์ที่ให้การคุ้มครองในตอนเย็นและตอนเช้า 3 ครั้ง ซึ่งมันจะเพียงพอแล้วสำหรับเจ้า
58. เจ้าจงกล่าวว่า:" «قُلْ: لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، اللهُ أَكْبَرُ كَبِيرًا، وَالْحَمْدُ لِلَّهِ كَثِيرًا، سُبْحَانَ اللهِ رَبِّ الْعَالَمِينَ، لَا حَوْلَ وَلَا قُوَّةَ إِلَّا بِاللهِ الْعَزِيزِ الْحَكِيمِ» ความว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดที่ควรแก่การเคารพภักดีนอกจากอัลลอฮ์แต่เพียงผู้เดียว ไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ อัลลอฮ์ผู้ทรงยิ่งใหญ่ที่สุด การสรรเสริญอย่างมากมายเป็นสิทธิของอัลลอฮ์ มหาบริสุทธิ์ยิ่งแด่อัลลอฮ์ผู้ทรงอภิบาลแห่งสากลโลก ไม่มีความสามารถและพละกำลังใดที่เกิดขึ้นเว้นแต่ด้วยการอนุมัติของอัลลอฮ์ ผู้ทรงเดชานุภาพและปรีชาญาณ - 6 ملاحظة
59. ไม่มีมุสลิมคนใดที่เมื่อเข้าเวลาละหมาดฟัรฎู แล้วเขาอาบน้ำละหมาดอย่างดี แล้วละหมาดอย่างมีสมาธิและรุกูอ์อย่างดี เว้นแต่การละหมาดนั้นจะลบล้างบาปที่ผ่านมา ตราบใดที่เขาไม่กระทำบาปใหญ่ ซึ่งความประเสริฐนี้จะมีอยู่ตลอดเวลา
60. ผู้ศรัทธาที่อ่านอัลกุรอานเปรียบเสมือนผลอุตรุจญะฮ์ (ผลไม้ชนิดหนึ่ง) มีกลิ่นหอมและรสชาติดี ส่วนผู้ศรัทธาที่ไม่อ่านอัลกุรอานเปรียบเสมือนผลอินทผลัม ไม่มีกลิ่นแต่รสชาติหวาน - 8 ملاحظة
61. มีบทซิกิรจำนวนหนึ่งซึ่งผู้ที่กล่าวบทซิกิรเหล่านั้นหลังจากละหมาดฟัรฎูทุกเวลาจะไม่ขาดทุน นั้นคือ กล่าวตัสบีห์ 33 ครั้ง กล่าวตะห์มีด 33 ครั้ง และกล่าวตักบีร 33 ครั้ง
62. ผู้ใดที่กล่าวในตอนที่เขาได้ยินผู้อาซาน ว่า (أَشْهَدُ أَنْ لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، وَأَنَّ مُحَمَّدًا عَبْدُهُ وَرَسُولُهُ، رَضِيتُ بِاللهِ رَبًّا وَبِمُحَمَّدٍ رَسُولًا، وَبِالْإِسْلَامِ دِينًا) เขาจะได้รับการอภัยโทษ
63. ลูกหลานอาดัมได้ปฏิเสธฉัน โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น และเขาได้ดูหมิ่นฉัน โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น
64. ผู้ใดที่เป็นศัตรูกับคนรักของข้า แท้จริงข้าได้ประกาศสงครามกับเขา และไม่มีสิ่งใดที่บ่าวของข้าได้ปฏิบัติเพื่อให้ใกล้ชิดกับข้าที่ข้าจะรักยิ่งไปกว่าสิ่งที่ข้าได้กำหนดเป็นศาสนบังคับ(ฟัรฎู)เหนือเขา - 2 ملاحظة
65. ผู้ใดที่สวมใส่เครื่องราง แน่นอนเขาได้ตั้งภาคี(กับอัลลอฮ์)แล้ว
66. มีชายคนหนึ่งทำการอาบน้ำละหมาด แต่เขาละส่วนหนึ่งจากเท้าของเขาเท่าปลายเล็บที่ไม่โดนน้ำ แล้วท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ก็ได้เห็นสิ่งนี้และกล่าวว่า: "จงกลับไปและทำการอาบน้ำละหมาดใหม่ให้ดีขึ้น" เขาจึงกลับไปและทำการอาบน้ำละหมาดใหม่ จากนั้นเขาก็ได้ทำการละหมาด
67. มีชาวนรกอยู่ 2 กลุ่มที่ฉันไม่เคยเห็นพฤติกรรมของเห็นพวกเขามาก่อนเลย กลุ่มแรกคือ กลุ่มชนที่ใช้แส้เฉกเช่นหางวัวโบยผู้คนทั้งหลาย และพวกที่สอง ผู้หญิงที่สวมเสื้อ(ที่เหมือนยัง)เปลือยกายอยู่ เป็นผู้หญิงที่เอียงไปเอียงมาในขณะที่เดิน
68. ผู้ชายห้ามมองดูเอาเราะฮ์ (อวัยวะพึงสงวน) ของผู้ชายด้วยกัน และผู้หญิงก็ห้ามมองดูเอาเราะฮ์ (อวัยวะพึงสงวน) ของผู้หญิงด้วยกัน
69. บรรดามะลาอิกะฮ์จะไม่ร่วมเดินทางกับกลุ่มหนึ่งที่มีสุนัขหรือกระดิ่ง
70. พวกเราเคยไม่ถือว่าสีขุ่นและสีเหลืองที่(หลั่งออกมา)หลังจากหมดประจำเดือนแล้ว เป็นเลือดประจำเดือนแต่อย่างใด
71. “เธอจงหยุด(ประกอบศาสนกิจ)ตามระยะเวลาการมีประจำเดือน(ปกติ)ของเธอ หลังจากนั้น เธอจงอาบน้ำ(ยกหะดัษ)”
72. การอาบน้ำในวันศุกร์เป็นสิ่งจำเป็น(วาญิบ)สำหรับผู้ที่บรรลุศาสนบัญญัติทุกคน และให้เขาทำความสะอาดฟันและใส่น้ำหอม หากเขามี(น้ำหอม) - 4 ملاحظة
73. มุสลิม(ที่แท้จริง) คือ ผู้ที่บรรดาชาวมุสลิมปลอดภัยจากลิ้นและมือของเขา และมุฮาญิร(ผู้อพยพ) คือ ผู้ที่ละทิ้งสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงห้ามไว้”
74. ผู้หญิงอย่าได้เดินทางเป็นระยะทางสองวัน เว้นแต่จะมีสามีของเธอหรือมะห์ร็อมของเธออยู่ด้วย
75. “ใครก็ตามที่กล่าวตัสบีห์ (สุบหานัลลอฮ์) หลังจากการละหมาดทุกเวลาสามสิบสามครั้ง และกล่าวตะห์มีด(อัลหัมดุลิลลาฮ์) สามสิบสามครั้ง และกล่าวตักบีร (อัลลอฮุอักบัร) สามสิบสามครั้ง ซึ่งทั้งหมดนั้นรวมเป็นเก้าสิบเก้าครั้ง และครบหนึ่งร้อยด้วยการที่เขากล่าวว่า: " لَا إِلَهَ إِلَّا اللهُ وَحْدَهُ لَا شَرِيكَ لَهُ، لَهُ الْمُلْكُ وَلَهُ الْحَمْدُ وَهُوَ عَلَى كُلِّ شَيْءٍ قَدِيرٌ คำอ่าน: "ลาอิลาฮะอิลลัลลอฮุ วะห์ดะฮู ลา ชะรีกะละฮ์, ละฮุลมุลกุ วะละฮุลหัมดุ วะฮุวา อะลา กุลลิชัยอิน เกาะดีร" เขาจะได้รับการอภัยโทษจากความผิดทั้งหลาย แม้มันจะมีมากเท่าฟองน้ำในท้องทะเลก็ตาม” - 2 ملاحظة
76. ใครก็ตามที่อ่านอายะฮ์กุรซีย์ทุกครั้งหลังละหมาดฟัรฎห้าเวลา ไม่มีอุปสรรคใดๆ สำหรับเขาที่จะได้เข้าสวรรค์ เว้นแต่ความตายเท่านั้น
77. “แท้จริงศาสนานี้จะไปถึงทุกที่ที่กลางวันและกลางคืนไปถึง อัลลอฮ์จะไม่ทรงทิ้งบ้านแม้แต่หลังเดียวไม่ว่าจะในเมืองหรือในชนบท อัลลอฮ์ก็จะทรงนำศาสนานี้เข้าไป
78. หากคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าเกิดสงสัยในการละหมาดของเขา และเขาไม่รู้ว่าเขาได้ละหมาดไปกี่รอกะอะฮ์แล้ว สามหรือสี่ ก็จงละทิ้งสิ่งที่สงสัยนั้น และจงยึดสิ่งที่เขามั่นใจ แล้วจงสุญูดสองครั้ง ก่อนการให้สลาม
79. ทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมา คือ สุรา และทุกสิ่งที่ทำให้มึนเมาเป็นสิ่งที่หะรอม และใครก็ตามที่ดื่มสุราในโลกนี้และเสียชีวิตไปโดยที่เขาเป็นคนติดสุราและไม่กลับใจเตาบะฮ์ เขาจะไม่ได้ดื่มสุราในวันอาคิเราะฮ์ - 6 ملاحظة
80. ฉันได้กล่าวว่า: “โอ้ ท่านรอซูลของอัลลอฮ์! ผู้ใดที่ฉันควรให้ความดีและปฏิบัติด้วยความกตัญญูมากที่สุด?” ท่านกล่าวว่า: “แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วก็แม่ของเจ้า แล้วต่อด้วยพ่อของเจ้า แล้วจึงลำดับต่อไปยังผู้ที่ใกล้ชิดที่สุดตามลำดับ