ไม่นับว่าเป็นผู้ที่เชื่อมสัมพันธ์ สำหรับผู้ที่ถือปฏิบัติการเชื่อมสัมพันธ์เฉพาะผู้ที่เชื่อมต่อกับเขา แต่ผู้ที่ทำการเชื่อมสัมพันธ์ที่แท้จริงนั้นคือเมื่อมีการตัดการเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เขาก็เชื่อมสัมพันธ์นั้น
บรรดาผู้ศรัทธาที่มีอีหม่านสมบูรณ์ที่สุด คือผู้ที่มีมารยาทที่ดีที่สุดในหมู่พวกเขาและคนที่ดีที่สุดในหมู่พวกเจ้า คือผู้ที่ปฏิบัติอย่างดีที่สุด ต่อบรรดาสตรีของเขา
อัลลอฮฺ ตะอาลาตรัสว่า:"โอ้ลูกหลานอาดัมเอ๋ย จงใช้จ่ายในหนทางของฉันเถิด แท้จริงฉันเป็นผู้ให้ปัจจัยยังชีพแก่เจ้า
เมื่อชายคนหนึ่งใช้จ่ายให้แก่ครอบครัวของเขาเพื่อหวังในผลบุญ ดังนั้นการกระทำของเขานั้นถือเป็นการให้ทานอย่างหนึ่ง
“แท้จริง โลกนี้ช่างหอมหวานและเขียวขจี และแท้จริงอัลลอฮ์ได้ทรงแต่งตั้งพวกเจ้าให้เป็นคอลีฟะฮ์เพื่อจัดการสิ่งที่อยู่ในนั้น แล้วพระองค์จะทรงดูว่าพวกเจ้ากระทำเช่นไร ดังนั้น จงระวังโลกนี้และระวังผู้หญิง
ผู้ศรัทธาชาย(สามี) จงอย่าได้เกลียดผู้ศรัทธาหญิง(ภรรยา) หากเขาไม่พอใจพฤติกรรมบางอย่างจากนาง แน่นอนเขาพอใจกับพฤติกรรมอื่นของนาง
การร่วมดื่มน้ำนมจากแม่นมคนเดียว (เป็นพี่น้องทางแม่นมเดียวกัน) ย่อมเป็นเหตุต้องห้ามมิให้แต่งงานกัน เช่นเดียวกับข้อห้ามอันเกิดจากการให้กำเนิด (พี่น้องทางสายเลือด)
“ ผู้ใดที่สามารถมีความพร้อมในการแต่งงานได้ก็จงแต่งงานเถิด เพราะมันช่วยลดสายตา (จากการมองสิ่งที่ต้องห้าม) และปกป้องอวัยวะเพศได้ดี และผู้ใดที่ไม่สามารถก็ให้ถือศีลอด เพราะการถือศีลอดจะเป็นเกราะป้องกันสำหรับเขา
“พวกเจ้าจงระวังในการปะปนกับผู้หญิง” จากนั้นชายชาวอันศอรกล่าวว่า “โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ท่านว่าอย่างไรกับญาติของสามีที่เป็นผู้ชาย? ท่านตอบว่า “จงระวังญาติของสามีที่เป็นผู้ชายเสมือนระวังจากความตาย”
“โอ้บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกเธอจงบริจาคกันให้มากเถิด เพราะฉันเห็นว่าพวกเธอส่วนมากเป็นชาวนรก” พวกนางถามว่า: เพราะเหตุใดหรือ โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์? ท่านตอบว่า: “เพราะพวกเธอชอบสาปแช่ง และเนรคุณต่อสามี ฉันไม่เคยเห็นผู้มีสติปัญญาน้อยและศาสนาน้อยใดที่สามารถทำให้ผู้ชายที่มีความเด็ดขาดหลงใหลได้เท่ากับพวกเธอ”
หญิงใดก็ตามที่แต่งงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของเธอ การแต่งงานนั้นเป็นโมฆะ (กล่าวซ้ำสามครั้ง) แต่หากฝ่ายชายได้หลับนอนกับเธอแล้ว มะฮัร (สินสอด) ยังคงเป็นสิทธิ์ของเธอในสิ่งที่เขาได้จากเธอ หากเกิดความขัดแย้งกัน ผู้ปกครองของผู้ที่ไม่มีผู้ปกครองคือผู้นำ
ฉันกล่าวว่า: โอ้ท่านเราะซูลุลลอฮ์ ภรรยาของเราคนหนึ่งมีสิทธิอะไรเหนือเขา(สามี) เขากล่าวว่า “เจ้าจะต้องให้อาหารนางเมื่อเจ้ากินอาหาร และเจ้าต้องให้เสื้อผ้านางเมื่อเจ้ามีเสื้อผ้าใช้ หรือ เมื่อเจ้าสามารถหารายได้ได้ และไม่ตบหน้าเธอ และไม่กล่าวคำไม่ดีแก่เธอ และอย่าห่างเธอเว้นแต่อยู่ในบ้าน
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ทรงสาปแช่งสตรีผู้ที่ต่อผม ผู้ที่ขอให้ทำการต่อผม สตรีผู้ที่สัก เเละผู้ที่ขอให้ทำการสัก
“ผู้ใดมีภรรยาสองคน แล้วเขาปฏิบัติด้วยการเอนเอียงไปทางภรรยาคนใดคนหนึ่ง เขาจะปรากฏในวันกิยามะฮ์ในสภาพที่เอียงข้าง”
“แท้จริงอัลลอฮ์ทรงมองข้ามเรื่องราวของประชาชาติของฉันในสิ่งที่พวกเขาคิดในใจ เว้นแต่พวกเขาจะกระทำหรือพูด”
ท่านนบีกล่าวว่า "ถ้าเจ้าต้องการ เจ้าอดทนได้ สวรรค์ก็จะเป็นของเจ้า และถ้าเจ้าต้องการ ฉันจะวิงวอนต่อพระเจ้าเพื่อรักษาเจ้า (ให้หาย)
“แท้จริงแล้ว สองสิ่งนี้ถือว่าเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับผู้ชายในประชาชาติของฉัน แต่เป็นสิ่งอนุญาตสำหรับผู้หญิงในประชาชาติของฉัน”
แท้จริง สตรีจำนวนมากได้มารายล้อมครอบครัวของมุฮัมมัดเพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับสามีของพวกนาง บรรดาสามีเหล่านั้นไม่ใช่คนดีที่สุดในหมู่พวกท่าน
มักจะทำงานของครอบครัวท่าน - หมายถึงการรับใช้ครอบครัวของเขา - และเมื่อเข้าเวลาละหมาด เขาก็จะออกไปละหมาด
หนึ่งดีนาร์ที่เจ้าได้ใช้จ่ายมันในหนทางของอัลลอฮ์ หนึ่งดีนาร์ที่เจ้าใช้จ่ายในการปล่อยทาส และหนึ่งดีนาร์ที่เจ้าบริจาคทานให้แก่คนยากจน และหนึ่งดีนาร์ที่เจ้าจ่ายให้แก่ครอบครัวของเจ้า การบริจาคที่ผลบุญยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ ที่เจ้าได้จ่ายให้แก่ครอบครัวของเจ้า
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ได้สาปแช่งผู้ชายที่แต่งกายเหมือนผู้หญิง และผู้หญิงที่แต่งกายเหมือนผู้ชาย